แชร์

ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่ หลังฉีดฟิลเลอร์ห้ามทำอะไรบ้าง

อัพเดทล่าสุด: 19 เม.ย. 2026
14 ผู้เข้าชม

การฉีดฟิลเลอร์

     ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในร่างกายตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติช่วยกักเก็บน้ำและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวอิ่มฟู เรียบเนียน และช่วยเติมเต็มร่องลึกต่าง ๆ บนใบหน้า ช่วยเติมเต็มมิติให้ใบหน้า และทำให้ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ โดยเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำ

 

ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน

     โดยทั่วไปฟิลเลอร์จะอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานจะสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ และมีความปลอดภัยสูง เมื่อฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ ฟิลเลอร์จะอยู่ได้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนี้

  • ยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ 
  • ตำแหน่งที่ฉีด โดยตำแหน่งที่มีการขยับบ่อย เช่น ปาก อาจสลายเร็วกว่าบริเวณอื่น
  • ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ 
  • การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์

 

ฟิลเลอร์จุดไหนได้บ้าง ตำแหน่งฉีดฟิลเลอร์ยอดฮิต 

     การฉีดฟิลเลอร์สามารถทำได้หลายตำแหน่งบนใบหน้า ขึ้นอยู่กับจุดที่คนไข้กังวลและการประเมินของแพทย์ เพื่อช่วยปรับรูปหน้าให้สมดุล ลดริ้วรอย และเพิ่มมิติให้ใบหน้า ตำแหน่งที่นิยมฉีดฟิลเลอร์ ได้แก่

  • ฟิลเลอร์ขมับ 
         ขมับตอบที่เป็นสาเหตุทำให้ใบหน้าดูโทรมและมีอายุ การฉีดฟิลเลอร์ช่วยให้ใบหน้าดูละมุนและเด็กขึ้น โดยทั่วไปแล้วใช้ประมาณ 2-4 cc ต่อข้าง
  • ฟิลเลอร์ใต้ตา 
         ช่วยแก้ปัญหาใต้ตาลึก ใต้ตาคล้ำ ร่องใต้ตา ทำให้ใบหน้าดูเด็ก หายโทรม และสดใสขึ้น โดยทั่วไปแล้วใช้ประมาณ 2-4 cc
  • ฟิลเลอร์ร่องแก้ม
         ร่องแก้มหรือร่องน้ำหมากทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า การฉีดฟิลเลอร์ช่วยให้ร่องลึกดูตื้นขึ้น และทำให้หน้าดูเด็กลง โดยทั่วไปแล้วใช้ประมาณ 1-2 cc ต่อข้าง
  • ฟิลเลอร์หน้าแก้ม 
         ฟิลเลอร์แก้มส้ม (Mid-face filler) เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูอิ่มฟู มีมิติ และดูเด็กลง โดยทั่วไปแล้วใช้ประมาณ 1-2 cc ต่อข้าง
  • ฟิลเลอร์ปาก 
         เพิ่มความอิ่มฟูให้ริมฝีปาก ปรับรูปปากให้ได้รูปและทำให้ปากชุ่มชื้นมากขึ้น แก้ปัญหาปากบาง ปากไม่เท่ากัน โดยทั่วไปแล้วใช้ประมาณ 1-2 cc
  • ฟิลเลอร์คาง 
         ปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน แก้ปัญหาคางสั้น เพิ่มมิติให้ใบหน้า ทำให้หน้าดูเรียวเล็ก โดยทั่วไปแล้วใช้ประมาณ 1-2 cc

 

 

ฟิลเลอร์มีกี่แบบ ยี่ห้อไหนดี

     โดยทั่วไปฟิลเลอร์ที่นิยมใช้จะสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มก็จะมีจุดเด่นและคุณสมบัติแตกต่างกัน ได้แก่

  • ฟิลเลอร์เกาหลี ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากมีราคาเข้าถึงง่ายและคุณภาพดี เหมาะกับการปรับรูปหน้า เติมเต็มร่องลึก และเพิ่มมิติให้กับใบหน้า
  • ฟิลเลอร์ยุโรป เป็นฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยม เนื่องจากมีมาตราฐานการผลิตสูง มีงานวิจัยรองรับ และผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน จึงมีราคาที่ค่อนข้างสูง โดยมีหลายรุ่นให้เลือก เพื่อให้เหมาะสมกับการฉีดตำแหน่งต่าง ๆ ตามโครงสร้างใบหน้าในแต่ละบริเวณ

การเลือกใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อและรุ่นใด ควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อให้เหมาะสมโครงหน้า ปัญหาผิว และผลลัพธ์ที่ต้องการ

 

 

ยี่ห้อฟิลเลอร์ยอดนิยม

ฟิลเลอร์ Neuramis
     เป็นฟิลเลอร์จากประเทศเกาหลี ผลิตโดยบริษัท Medytox ด้วยเทคโนโลยี SHAPE Technology ช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์มีความบริสุทธิ์สูงและคงตัวได้ดี ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ มีคุณภาพดีและราคาเข้าถึงง่าย มีหลายรุ่น เช่น Neuramis Light, Deep, Volume ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้ตามตำแหน่งที่ต้องการฉีด

 

ฟิลเลอร์ EPTQ
     เป็นฟิลเลอร์จากประเทศเกาหลี ผลิตโดยบริษัท Jetema ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีการแพทย์ EPTQ ใช้เทคโนโลยี 9-Step Purification Process ซึ่งเป็นกระบวนการทำให้ฟิลเลอร์มีความบริสุทธิ์สูง ลดสิ่งตกค้าง และช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์มีความเสถียร มีคุณภาพดีและเนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นสูง EPTQ มีหลายรุ่น เช่น EPTQ S100, S300, S500 ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีความแข็งของเนื้อฟิลเลอร์แตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะกับตำแหน่งที่ฉีด

 

ฟิลเลอร์ Restylane
     เป็นฟิลเลอร์จากประเทศสวีเดน ผลิตโดยบริษัท Galderma ด้วยเทคโนโลยี NASHA ซึ่งช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์มีความคงตัวสูง ให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน และยังมีการพัฒนาเทคโนโลยี OBT Technology ในบางรุ่น เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความนุ่มของเนื้อฟิลเลอร์ รุ่นยอดนิยม เช่น Restylane Classic, Restylane Lyft, Restylane Volyme, Restylane Kysse

 

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์
     ก่อนฉีดฟิลเลอร์ควรเตรียมตัว อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนทำ ดังนี้ 

  • งดกลุ่มยาสุ่มเสี่ยง เช่น ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยาละลายลิ่มเลือด
  • งดวิตามินอีและอาหารเสริมบางชนิด ซึ่งทำให้เลือดแข็งตัวช้า
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด
  • แจ้งโรคประจำตัวและประวัติแพ้ยากับแพทย์

 

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์

     สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังฉีดฟิลเลอร์ โดยฟิลเลอร์จะเข้าที่มากขึ้นประมาณ 7-14 วันหลังจากฉีด อาจมีการบวมเล็กน้อย รอยเข็ม รอยช้ำเล็กน้อย โดยอาการเหล่านี้จะดีขึ้นภายใน 3-7 วัน

 

หลังฉีดฟิลเลอร์ห้ามทำอะไรบ้าง

  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าในวันแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ 
  • หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดบริเวณที่ฉีด เพื่อให้ฟิลเลอร์คงรูปและเซตตัวได้อย่างเต็มที่ อย่างน้อย 3-7 วัน
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ ในช่วง 24-48 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการโดนความร้อนบริเวณที่ฉีด เช่น ซาวน่า เลเซอร์ หรือหน้าเตาหมูกระทะ 
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง เพื่อลดอาการบวมช้ำและช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้น

 

การเติมฟิลเลอร์
     การเติมฟิลเลอร์สามารถทำได้ โดยแพทย์จะทำการประเมินเบื้องต้นก่อนว่ามีจุดใดที่ควรเติมหรือสามารถเติมเพิ่มได้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่คนไข้ต้องการ โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำให้ เว้นระยะประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังฉีดครั้งแรก เพื่อให้ฟิลเลอร์เข้าที่และอาการบวมลดลงก่อน จากนั้นจึงพิจารณาเติมฟิลเลอร์เพิ่มเติมหากจำเป็น 

 

การสลายฟิลเลอร์
     หากต้องการแก้ไขฟิลเลอร์หรือไม่พอใจกับผลลัพธ์ สามารถทำการสลายฟิลเลอร์ได้ โดยแพทย์จะฉีดเอนไซม์ที่เรียกว่า Hyaluronidase ซึ่งช่วยสลายฟิลเลอร์ หลังจากฉีดแล้วฟิลเลอร์จะค่อย ๆ สลายภายในประมาณ 1-3 วัน
     หลังจากสลายฟิลเลอร์แล้ว หากต้องการฉีดฟิลเลอร์ใหม่ ควรเว้นระยะประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้เอนไซม์หมดฤทธิ์และให้ผิวกลับสู่สภาพปกติ จึงสามารถฉีดฟิลเลอร์ใหม่ได้ ช่วยให้แพทย์ประเมินรูปหน้าได้แม่นยำขึ้น และทำให้ผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์ครั้งใหม่ดูสวยเป็นธรรมชาติมากขึ้น

 

ราคาฟิลเลอร์
     โดยทั่วไปราคาฟิลเลอร์จะเริ่มต้นที่ 3,000 - 20,000 บาท ต่อ 1 cc โดยราคาฟิลเลอร์จะขึ้นอยู่กับ ยี่ห้อของฟิลเลอร์ รุ่นของฟิลเลอร์ ปริมาณที่ใช้ (cc) คลินิกและแพทย์ผู้ทำหัตถการ 

 

รีวิวฉีดฟิลเลอร์


บทความที่เกี่ยวข้อง
Ultraformer III คืออะไร
ทำความรู้จัก Ultraformer III นวัตกรรมยกกระชับหน้า ช่วยลดแก้มย้อย เหนียง และริ้วรอย เห็นผลไว อยู่ได้นาน เหมาะกับใคร ราคาเท่าไหร่ อ่านก่อนตัดสินใจทำ
25 ก.พ. 2026
ทำเลเซอร์กี่ครั้งถึงจะเห็นผล
การเลเซอร์ขนดีจริงหรือไม่ ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล และเครื่องเลเซอร์ต่างกันอย่างไร? รวมทุกคำถามยอดฮิต พร้อมคำตอบที่คุณควรรู้ไว้ที่นี่
8 พ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้